สะพานพังถล่ม ทับหนุ่มตกปลาดับ ญาติโอด เคยร้องตรวจสอบ แต่เรื่องเงียบตลอด

สะพานพังถล่ม ทับหนุ่มตกปลาดับ ญาติโอด เคยร้องตรวจสอบ แต่เรื่องเงียบตลอด

วันที่ 29 ก.ย.62 ที่ผ่านมา ที่ จ.นครพนม เกิดเหตุสลดไม่คาดคิด มี สะพานข้ามลำน้ำทวย เชื่อมระหว่างบ้านกุดข้าวปุ้น ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ไปยัง บ้านงิ้ว ต.ท่าอุเทน ซึ่งเป็นเส้นทางลัดระหว่างหมู่บ้าน แต่ช่วงระหว่างเส้นทาง มีสะพานข้ามลำห้วยทวย ที่มีการก่อสร้าง มาตั้งแต่ประมาณ ปี 2545 เป็นสะพานขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 8 เมตร ยาวประมาณ 100 เมตร อยู่ในความรับผิดชอบของทางหลวงชนบท เกิดชำรุดเสียหายพังถล่มหักครึ่ง ไม่ทราบสาเหตุ ซ้ำร้าย ในช่วงเกิดเหตุ มีชาวบ้านไปยืนตกเบ็ดหาปลา โชคร้ายถูกสะพานถล่มทับเสียชีวิตพร้อมรถจักรยานยนต์ในลำห้วย

โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านระบุว่า ได้เคยแจ้งหน่วยงานรับผิดชอบมาตรวจสอบแก้ไข เพราะพบเห็นรอยทรุดตรงคอสะพานมานานหลายปี แต่ไม่มีการประกาศปิดใช้งาน ชาวบ้านยังสัญจรไปมาทุกวัน เพราะเป็นทางลัดเชื่อมระหว่างหมู่บ้าน โดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะพังถล่ม จนกระทั่งเกิดเหตุร้าย จึงมีการนำป้ายมาติดประกาศเตือนห้ามเข้า

ภายหลังเกิดเหตุ ร.ต.อ.เอกบรรจบ แสนศรี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ท่าอุเทน ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน จึงได้ประสาน หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลอำเภอท่าอุเทน เจ้าหน้าที่กู้ชีพบัวเพชร อบต.โนนตาล และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยในที่เกิดเหตุ พบ สะพานคอนกรีต หักทรุดขาดสะบั้น ถล่มลงไปในลำห้วย จากคอสะพานยาวไปถึงกลางสะพาน ยาวประมาณ 30 เมตร ตรวจสอบ พบสภาพศพผู้เสียชีวิต ตกลงไปกลางลำห้วยจมในน้ำ และพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน สีน้ำเงินทะเบียน 1 กก 8304 นครพนม ตกลงไปในลำห้วย ระดับความสูงจากตลิ่ง ประมาณ 10 เมตร ซึ่งมีระดับน้ำลึกประมาณ 2 เมตร เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปช่วยกันกู้ศพผู้เสียชีวิต ขึ้นมาตรวจสอบชันสูตร

ทราบชื่อภายหลัง คือ นายกิตติชัย น้อยแสงศรี อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 118 หมู่ 13 ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม สภาพศพมีบาดแผลฉกรรจ์ลึกบริเวณคาง ละขาซ้ายหักผิดรูป เนื่องจากได้รับแรงกระแทกจากคอนกรีตสะพานถล่มทับ ก่อนกระเด็นตกลำห้วยจมน้ำ เจ้าหน้าที่จึงตรวจชันสูตร ประกอบการดำเนินคดี ก่อนส่งให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศล ซ้ำร้ายพบว่า สภาพครอบครัวยากจน ผู้ตาย เป็นเสาหลักหารายได้เลี้ยงครอบครัว ที่สำคัญยังพบว่า ภรรยา อายุ 18 ปี ตั้งท้องได้ 7 เดือน สร้างความหดหู่ให้กับ ครอบครัว และญาติพี่น้อง เป็นอย่างมาก

ทางด้าน นายคมศร บุพศิริ หัวหน้าหน่วยกู้ชีพบัวเพชร อบต.โนนตาล กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ได้นำทีมกู้ชีพ ร่วมกับทางตำรวจ โรงพยาบาลอำเภอท่าอุเทน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมลงไปเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากลำห้วย ด้วยความลำบาก เนื่องจาก มีความสูงมาจากก้นห้วยถึงริมตลิ่ง สูงชัน นับ 10 เมตร โดยในที่เกิดเหตุ พบศพผู้เสียชีวิต ตกลงไปในน้ำ ได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกจากคอนกรีตทับอย่างแรง ทำให้บาดเจ็บสาหัสบวกกับตกลงไปในน้ำ ส่วนหนึ่งอาจจมน้ำเสียชีวิต เนื่องจากหลังชาวบ้านพบ กว่าจะมีเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ ใช้เวลากว่า 30 นาที และในช่วงเกิดเหตุ ชาวบ้านไม่สามารถช่วยได้ทัน

สอบถามชาวบ้านที่พบเห็น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายไปจอดรถจักรยานยนต์ และยืนตกเบ็ดด้านข้างสะพาน จากนั้นเกิดเหตุระทึกสะพานถล่มขาดสะบั้นตรงจุดที่ยืน ผู้ตายพยายามจะวิ่งหนีไปยังจุดที่ไม่พังถล่ม แต่วิ่งหนีไม่ทัน ร่างตกลงไปกับคอนกรีตสะพาน เสียชีวิต โดยก่อนนี้ชาวบ้านยังระบุ ว่า สะพานดังกล่าว เคยมีชาวบ้านแจ้งให้หน่วยงานรับผิดชอบมาตรวจสอบแก้ไข เนื่องจากพบการชำรุดตรงคอสะพาน แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข สุดท้ายเกิดเหตุสลดขึ้นจนได้

ด้าน นายคำปั่น น้อยแสงศรี อายุ 55 ปี พ่อผู้ตาย ออกมาเปิดเผยด้วยอาการร่ำให้ เรียกร้องผ่านสื่อฝากไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อหาหน่วยงานรับผิดชอบ โดยเปิดเผยถึงความรันทดของชีวิต ว่า ครอบครัวยากจน มีลูกทั้งหมด 3 คน ลูกสาวคนโตเป็นผู้หญิง อายุ 25 ปี คนตายเป็นลูกคนที่ 2 และมีลูกชายอีกคน เป็นคนสุดท้อง อายุ 21 ปี ที่สำคัญเสียใจที่สุด คนตายเป็นเสาหลักทำงานช่วยครอบครัว รับจ้างหารายได้ มาจุนเจือครอบครัว เพราะยากจน ทำไร่ทำนา ไม่มีที่ดินทำการเกษตร อาศัยเพียงรับจ้างรายวัน ปกติทุกวันลูกชายจะไปทำงาน รับจ้างคัดหินจัดสวนกับนายจ้าง ได้วันละ 300-400 บาท นำมาช่วยเหลือพ่อแม่กับครอบครัว พอประทังชีวิต ซ้ำร้ายเพิ่งแต่งงาน อยู่กินสร้างครอบครัวกับภรรยาได้ประมาณ 1 ปี และภรรยาตั้งท้องได้ 7 เดือน กำลังหาเงินไว้ดูแล คลอดลูก สุดท้ายมาเสียชีวิตไม่คาดคิด กระทบครอบครัวหนัก ขาดเสาหลัก ปกติลูกชายขยัน หาเงินช่วยครอบครัว ไม่เที่ยวเล่น วันหยุดจะไปหาปลา มากินในครอบครัว ไม่คิดว่าจะโชคร้ายขนาดนี้

วอนขอความเมตตาไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง ผู้ดูแลรับผิดชอบช่วยดูแล หาทางช่วยเหลือเยียวยาครอบครัว เพราะลูกชายตน ไปหาปลาตามปกติ ไม่คิดว่าสะพานจะพังเสียหาย เพราะปกติมีคนสัญจรไปมา และไม่ได้มีป้ายบอกเตือนหวงห้าม ห้ามเข้า จึงสัญจรผ่านปกติ และเข้าไปยืนตกปลาตามวิถีชีวิตชาวบ้าน สุดท้ายต้องมาโชคร้ายสูญเสียเสาหลักของครอบครัว หนักสุดหลานที่จะคลอดออกมา ทั้งที่พ่อเสียชีวิต ใครจะดูแลช่วยเหลือเพราะแค่จะกินแต่ละวันยังไม่มี

เรียบเรียงโดย ปิยพงษ์ ทีมข่าวสยามนิวส์ จ.นครพนม