ยอดภาพพระอุลตร้าแมน ภาพที่ 2 ราคาทะลุล้าน

ยอดภาพพระอุลตร้าแมน ภาพที่ 2 ราคาทะลุล้าน

จากกรณีที่มีการเปิดประมูลภาพวาดดราม่า พระอุลตร้าแมน เพื่อจะนำเงินไปบริจาคให้กับแผนกเด็ก โรงพยาบาลด่านขุนทด โดยปิดราคาประมูลไปที่ 6 แสนบาท ซึ่งนายปกรณ์ พรชีวางกูร เจ้าของภาพ ระบุว่า จะมอบเป็นทุนการศึกษาให้นักศึกษาผู้วาด ไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท และอุปกรณ์ที่จะบริจาคให้แผนกเด็กจะเป็นชื่อของผู้วาดภาพโดยให้น้องเป็นผู้มอบ

โดยเมื่อ 12 ก.ย. 2562 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ปกรณ์ พรชีวางกูร” ได้โพสต์อีกว่า “ขออนุญาตเปิดประมูลภาพนี้ต่อเลยแล้วกันครับ กลางรายการโหนกระแสไปเลย ภาพนี้อยู่ในมือของช่างภาพชื่อดังระดับโลกท่านนึงครับ พี่เค้ารำคาญความวุ่นวายงานเค้าเยอะ เลยมาขอฝากตรงนี้ให้ช่วยจัดการให้ที ขอเปิดราคาภาพนี้เท่ากับวันแรกที่พี่เค้าซื้อมาคือ 6,500 บาทครับ”

โพสต์ดังกล่าว

ซึ่งล่าสุดวันที่ 13 กันยายน 2562 เวลา 09.15 น. นักข่าวได้สอบถามไปยังนายปกรณ์ พรชีวางกูร เจ้าของเฟซบุ๊ก ได้รับการเปิดเผยว่า จากการเปิดประมูลภาพที่ 2 ไปเมื่อวานนี้ ปรากฏว่าขณะนี้มียอดประมูลภาพ “พระอุลตร้าแมน” ภาพที่ 2 ด้วยราคาล่าสุดสูงถึง 1,000,000 บาทไปแล้ว ซึ่งจะปิดการประมูลเวลา 15.00 น. คาดการว่าราคาน่าจะมีผู้ประมูลสูงกว่านี้อีกแน่นอน ซึ่งสาเหตุที่ภาพที่ 2 มีราคาแพงนั้น ตนคาดว่าน่าจะเกิดจากภาพนี้มีเรื่องราวอยู่มากมาย อีกทั้งผู้ที่เป็นเจ้าของภาพ คือนายชาติฉกาจ ไวกวี ซึ่งเป็นช่างภาพชื่อดังระดับโลก ที่ได้ประกาศไว้แล้วว่า ผู้ที่ชนะการประมูลภาพทั้ง 2 ภาพ จะได้ถ่ายภาพพอร์ตเทรตแบบฟิล์มกระจกโบราณ 1 ภาพ มูลค่ากว่า 1 แสนบาทแบบฟรีๆ รวมทั้งจะได้ภาพเซตหลวงปู่โตแบบฟิล์มกระจกของแท้จากฟิล์มต้นฉบับ ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดเพียง 3 ภาพ ในโลกเท่านั้น ที่ประเมินมูลค่าไม่ได้ ให้ไปอีกคนละ 1 ภาพด้วย

ส่วนเงินที่ประมูลภาพได้นั้น ขณะนี้ทั้ง 2 ภาพรวมกันแล้วได้ประมาณ 1,600,000 บาท ซึ่งจะหัก 10% คิดเป็นเงินประมาณ 160,000 บาท มอบให้เป็นทุนการศึกษาน้องนักศึกษาเจ้าของผลงาน ซึ่งคาดว่าตัวเลขที่ชัดเจนหลังจากประมูลเสร็จสิ้นจะได้มากกว่านี้ ส่วนที่เหลือ เบื้องต้นจะนำไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้กับโรงพยาบาลด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ประมาณ 700,000 บาท เหลือจากจำนวนนี้ก็จะนำไปบริจาคให้กับเด็กและโรงพยาบาลสงฆ์ที่ขาดแคลนอุปกรณ์การแพทย์ต่อไป

นายปกรณ์กล่าวอีกว่า ส่วนรูปภาพพระพุทธเจ้าอุลตร้าแมนที่เหลืออีก 2 ภาพ ขณะนี้ยังไม่ได้ประสานเจ้าของผู้ครอบครองภาพว่าจะนำมาประมูลอีกหรือไม่ แต่ตนเองเห็นว่าถ้านำมาประมูลแล้วมีเงินรายได้มา สร้างสาธารณประโยชน์ก็น่าจะดีกว่า ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไป